หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สอบซ่อมกลางภาค

บทที่ 1 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์




1.คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร

ตอบ เครื่องจักรกลที่มนุษย์ทำขึ้นมาเพื่อให้ผ่อนแรงกาย และกำลังสมอง




2.MATNFRAME COMPTER หมายความว่าอย่างไร

ตอบ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ เก็บบันทึกข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก และประมวลผลได้รวดเร็ว

3.MINI COMPUTER หมายความว่าอย่างไร




ตอบ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กเหมาะสมกับการใช้งานทั้วๆไป

4.MICRO COMPUTER มีความหมายว่าอย่างไร




ตอบ คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก




5.ระบบคอมพิวเตอร์(COMPUTER SYSTEM)ประกอบด้วยองค์ประกอบกี่อย่าง




ตอบ 3 อย่าง




6.หน่วยควบคุมมีหน้าที่อะไร




ตอบ ควบคุมหน่วยความจำที่ข้อมูลหรือคำสั่ง




7.หน่วยคำนวณและตรรก มีชื่อย่อว่าอะไร

ก. ALU

8.ชื่อย่อของหน่วยประมวลผลกลางมีว่าอย่างไร




ตอบ CPU




9.หน่วยความจำสำรอง หมายถึงอะไร

ตอบ หน่วยความจำภายนอกเครื่องคอมพิวเตอร์




10.หน่วยความจำ(MEMORY UNIT)มีกี่อย่าง




ตอบ 2 อย่าง__________________________________________________________________________________



บทที่ 2 หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์




1 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีใช้อยู่ตามโรงเรียนและทั่วๆ ไปเรียกว่า คอมพิวเตอร์ ชนิดใด




ตอบ ไมโครคอมพิวเตอร์




2 คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด




ตอบ 4 ชนิด




3 หลักการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์จะทำงานด้วยระบบใดต่อไปนี้




ตอบ ระบบดิจิตอล




4 หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยส่วนประกอบ กี่ส่วนอะไรบ้าง




ตอบ 3 ส่วน (ซอฟต์แวร์, ประมวลผล, หน่วยแสดงผล)




5 ในกรณีที่มีข้อมูลเป็นภาพถ่ายจะนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์โดยวิธีใด




ตอบ สแกนเนอร์




6 ซอฟต์แวร์ แบ่งออกเป็นกี่ชนิด




ตอบ 2 ชนิด ซอฟต์แวร์ระบบ และโปรแกรม




7 ข้อใดคือ ซอฟต์แวร์ระบบ




ตอบ โปรแกรม วินโดวส์




8 ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพิมพ์เอกสารเรียกว่าซอฟต์แวร์ชนิดใด




ตอบ ซอฟต์แวร์ประยุกต์




9 เมื่อเปิดเครื่องซอฟต์แวร์ใดจะทำงานก่อน




ตอบ ไมโครซอฟต์เพา




10 ซอฟต์แวร์ชนิดใดทำงานเฉพาะอย่าง




ตอบ ซอฟต์แวร์ระบบ




__________________________________________________________________________________



บทที่ 3 โปรแกรมระบบปฎิบัติการ




1.โปรแกรมไอไอเอส (IIS) เป็นโปรแกรมที่อยู่บนระบบปฏิบัติการในข้อใด




ตอบ ถูกทุกข้อ

2.เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการสำหรับเก็บเอกสารเว็บเพจและนำเสนอข้อมูลเอกสารเว็บเพจมีชื่อเรียกว่าอะไร

ตอบ เว็บเซอร์เวอร์




3.ข้อใดที่ทำหน้าที่ให้บริการสำหรับการเก็บแฟ้มข้อมูล

ตอบ ไฟล์เซอร์เวอร์




4.ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องให้บริการ โปรแกรมใดที่ต้องทำการติดตั้งเพิ่มเติมสำหรับให้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นให้บริการทางด้านเครื่องเว็บเซอร์เวอร์

ตอบ โปรแกรมไอไอเอส (IIS)




5.แฟ้มข้อมูลในข้อใดไม่นิยมใช้เป็นชื่อแฟ้มข้อมูลหน้าแรกของเว็บไซต์

ตอบ None.html




6.เว็บไซต์ที่ให้บริการฟรีทางด้านให้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมีชื่อเรียกตรงกับข้อใด

ตอบ Free Web Hosting




7.ข้อใดเป็นการทดสอบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ข้างเคียง




ตอบ เปลี่ยนจากข้อความว่า "http: / / localhost" เป็นหมายเลขไอพี




8.เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นเว็บเซอร์เวอร์เรียบร้อยแล้ว หากต้องการทดสอบว่าใช้งานได้หรือไม่จากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น จะต้องใช้ URL ใดในการทดสอบ




ตอบ http: / / localhost




9.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง




ตอบ เมื่อนำข้อมูลเข้าสู่เครื่องเว็บเซอร์เวอร์แล้วไม่จำเป็นต้องติดต่อผู้บริหารเครื่องเซอร์เวอร์

เพราะเครื่องจะทำให้โดยอัตโนมัติคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมอ

10.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ให้บริการทางด้านพื้นที่สำหรับการเก็บ




ตอบ มีการบริการให้คำแนะนำและช่วยเหลือปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ เป็นอย่างดี

_________________________________________________________________________________



บทที่ 4




1. การคลิกเมาส์หรือขวา (Right Click)มีจุดประสงค์เพื่ออะไร




ตอบ เพื่อแสดงรายการเมนูให้เลือก




2. ข้อใดต่อไปนี้ที่ ไม่ใช่ ส่วนประกอบของหน้าจอ Windows 7




ตอบ Title Bar




3.ไอคอน My Computer มีหน้าที่อย่างไรบ้าง




ตอบ เก็บเอกสารที่เราสร้างขึ้นของทุก ๆ โปรแกรม




4. ไอคอน My Network Places มีหน้าที่อย่างไรบ้าง




ตอบ จัดการคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย




5. ไอคอน My Documents มีหน้าที่อย่างไรบ้าง




ตอบ แสดงทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด




6. ปุ่ม Minimize ของ Windows ทำหน้าที่ใด




ตอบ ย่อหน้าต่างให้เล็กลง




7. สัญญาลักษณ์ ที่รายการคำสั่งมีความหมายว่าอย่างไร




ตอบ เป็นการเลือกใช้งานคำสั่งนั้น ๆ ซึ่งเลือกได้เพียงรายการเดียว




8.ถ้าต้องการเรียกใช้คู่มือการใช้งานของ Windows 7 จะต้องกดครีย์ลัดใด




ตอบ F4




9.เมื่อต้องการออกจากโปรแกรมใช้งาน Windows 7 จะต้องเลือกคำสั่งใด




ตอบ คลิกปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Turn Off Computer เลือก Turn Off




10. ถ้าต้องการหยุดการทำงานเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ชั่วคราวจะต้องเลือกคำสั่งใด




ตอบ Log Off




_________________________________________________________________________________



บทที่ 5 User Account








1. User Interface หมายถึงอะไร?

ตอบ User Interface 2ตอบOLE (Object Linking and Embedding) 3. จุดประสงค์ของการพัฒนาโปรแกรมภาษา BASIC คืออะไร?ตอบเพื่อให้บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ สามารถใช้ได้อย่างง่ายๆ4. จุดเด่น และจุดด้อย ของโปรแกรม Visual Basic คืออะไร?ตอบ
2) เป็นภาษาที่ง่ายต่อการเรียนรู้
3) มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น Object และ Control ต่างๆ
4) สามารถสร้าง Application ที่ใช้งานกับฐานข้อมูลได้
5) เป็น Application แบบ Internet6) เป็นการเขียนโปรแกรมแบบ Event - Driven
จุดเด่น
2) ทำงานได้ช้ากว่าภาษา C++ และ Pascal
จุดด้อย3) ทำงานได้เฉพาะในระบบปฏิบัติการ Windows บนเครื่อง PC5. ตัวแปรแต่ละประเภทต่อไปนี้ เก็บค่าตัวเลขอะไรไม่ได้?
Byte, Integer, Single, Double
ตอบ
Byte: Integer: Single: Double: 6. ถ้าประกาศค่าตัวแปร โดยไม่ระบุประเภทข้อมูล ตัวแปรที่ประกาศ จะเก็บค่าของข้อมูลแบบใดได้?ตอบการประกาศค่าตัวแปร โดยไม่ระบุประเภทข้อมูล ตัวแปรที่ประกาศจะเก็บค่าของข้อมูลแบบ Variant โดยอัตโนมัติ7. ถ้าต้องการเก็บค่าต่อไปนี้ ควรจะเลือกใช้ตัวแปรประเภทใด และด้วยเหตุผลใด : จำนวนหนังสือที่สมาชิกยืมได้, อัตราค่าปรับส่งหนังสือเกินกำหนด, ค่าปรับหนังสือ, ระยะเวลาการยืมหนังสือ, ชื่อ-นามสกุล, รหัสนักศึกษา, ชั้นปี, คณะ, สาขาวิชา?ตอบจำนวนหนังสือที่สมาชิกยืมได้, ระยะเวลาการยืมหนังสือ ควรใช้ตัวแปรประเภทจำนวนเต็ม เพราะมีค่าไม่คงที่ และอัตราค่าปรับส่งหนังสือเกินกำหนด, ค่าปรับหนังสือ ควรใช้ตัวแปรประเภทจำนวนจริง เพราะจะต้องใช้ทศนิยม ส่วนชื่อ-นามสกุล, รหัสนักศึกษา, ชั้นปี, คณะ, สาขาวิชา ควรใช้ตัวแปรประเภทอักขระเพราะเป็นตัวแปรที่คงที่8. variable declaration หมายถึงอะไร?ตอบVariable Declaration 9. ทำไมการเก็บค่าของข้อมูลจึงต้องประกาศค่าตัวแปร?ตอบเพื่อให้ตัวแปรมีค่าตรงกับประเภทของตัวแปรที่เราต้องการ10. จงประกาศตัวแปร โดยให้ตั้งชื่อตัวแปรที่ไม่ถูกต้องตามกฎการตั้งชื่อมา 3 ชื่อ โดยทั้ง 3 ชื่อจะต้องผิดกฎการตั้งชื่อในข้อที่ไม่ซ้ำกัน และให้อธิบายว่า แต่ละชื่อ ผิดกฎการตั้งชื่อในข้อใด?ตอบ1
23__________________________________________________________________________________
บทที่ 6 การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์

1.ข้อใดต่อไปนี้ให้ความหมายของไฟล์ได้ถูกต้องที่สุด

ตอบ เอกสารต่าง ๆ ที่จัดเก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์

2. ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของโฟลเดอร์

ตอบแฟ้มข้อมูลชนิดต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์

3. มุมมองแบบใดที่มีเฉพาะโฟลเดอร์ที่เก็บรูปภาพ

ตอบ Thumbnails

4. ถ้าต้องการแสดงรายละเอียดของไพล์จะต้องเลือกมุมมองแบบใด

ตอบ List

5. เราสามารถสร้างสร้างโฟลเดอร์ได้หลายวิธี ยกเว้น ข้อใด

ตอบ คลิกที่ Make new folder

6.ข้อใดต่อไปนี้เป็นคีย์ลัดในการเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์

ตอบ F2

7.ข้อใดกล่าวถึงไฟล์และโฟลเดอร์ที่ถูกลบทิ้งไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ถูกต้อง

ตอบ หลังจากลบทิ้งจะถูกเก็บอยู่ที่ Recycle bin

8.คำสั่งใดใช้ในการกู้คืนข้อมูลที่ถูกลบ

ตอบ Restore

9.ถ้าหากเราต้องการเลือกหลาย ๆ ไฟล์ที่ ไม่ ต่อเนื่องกัน จะต้องใช้คีย์ลัดใดช่วยในการเลือก

ตอบ Ctrl

10.ถ้าต้องการคัดลอกไฟล์และโฟลเดอร์จะต้องใช้คำสั่งใด
ตอบ Ctrl + C

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีสแกนไวรัสใน Drive :C\


วิธีการ Scan โดยใช้  Nod32 
์Nod32 เป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวนึงที่ผมชอบ  เพราะใช้งานมาแล้ว  2  ปี  และสำนักงานไม่มีปัญหาเรื่องไวรัสเลย  และมีคุณสมบัติหลายๆ อย่างที่ผมชอบ ถ้ายังไม่ติดตั้งโปรแกรมให้ไปอ่าน การติดตั้งโปรแกรมก่อน คลิกที่นี่1.  ให้ตรวจสอบการ Update ของโปรแกรมก่อนโดยคลิก ตามวงกลมที่วงไว้

2.  แล้วจะเห็นหน้าต่างโปรแกรมขึ้นมา  แล้วไปหัวข้อ Update ตรวจสอบดูว่า  Anti virus ของเรา Update เป็นปัจจุบันหรือเปล่า


3.  เมื่อตรวจสอบ Antivirus เสร็จแล้ว  เราเลือก Drive ที่ต้องการ Scan ได้เลย  โดยเข้าไปที่   
My Computer   และคลิกขวาที่ Drive  ยกตัวอย่างกรณีจะ Scan Drive C:


4.  แล้วเลือกคำว่า  NOD32 Antivirus system และจะปรากฏโปรแกรม Antivirus ขึ้นมาให้เรากด Stop ก่อน




 5.  จากนั้นให้เราเลือกหัวข้อ  Action  > เลือก Clean > เลือก Delete ตามรูป  แล้วกด Scan and Clean

ระบบจะทำการ Clean Delete ไวรัสให้เองโดยอัตโนมัติ  โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว
หมายเหตุ   :  ในขั้นตอนข้างต้น  ไม่ได้หมายความว่าจะฆ่าไวรัสได้  100% เนื่องจาก Antivirus เราไม่ได้ใช้ของแท้ และไวรัสมีหลายรูปแบบบางที่ Antivirus หาไม่เจอเอง   แต่ก็ช่วยลดเรื่องไวรัสที่เป็นอันตรายต่อเครื่องเราได้   และขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของคนนั้นๆ ด้วย

วิธีสแกนไวรัสใน Flash drive

Flash Drive ปัญหาไวรัสเรื่องใหญ่ !


Protect Flash Drive from VirusFlash Drive อุปกรณ์ในการย้ายข้อมูลที่น่าใช้งานมากที่สุดตัวหนึ่ง แล้วคุณทราบหรือไม่ว่า Flash Drive คือช่องทางการแพร่กระจายไวรัสที่ง่าย เป็นรวดเร็วมากที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนี้ USB Hard disk ซึ่งมีหลักการใช้งานเช่นเดียว กับ Flash Drive ก็เป็นอีกตัวการสำคัญไม่น้อยหน้ากันเลย อยากทราบว่า คุณเคยตรวจสอบไวรัสจาก Flash Drive ก่อนการใช้งานหรือไม่? แล้วคุณมั่นใจได้อย่างไรว่า Flash Drive ของคุณนั้น ปลอดภัยจากไวรัส

พฤติกรรมการใช้งานที่เสี่ยงต่อการติดไวรัส

  • การใช้งาน Flash Drive มากกว่า 1 คอมพิวเตอร์
  • ใช้ Flash Drive ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน
  • เคยให้ยืม Flash Drive กับคนอื่นๆ
  • ไม่เคยตรวจสอบไวรัสใน Flash Drive
สาเหตุ พื้นฐานข้างต้น เป็นปัจจัยสำคัญมากที่ทำให้คุณสามารถติดไวรัสได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม วันนี้ เราก็มีทิป เทคนิค ในการลดปัญหาของการแพร่กระจายไวรัสจาก Flash Drive ลองมาทำตามกันดูน่ะครับ รับรอง จะช่วยลดปัญหาไวรัสของคุณได้อย่างมากๆ เลยทีเดียว
?

วิธีลดปัญหาไวรัสจาก Flash Drive


Scan Virus Flash Drive

  1. ติดตั้งโปรแกรมกำจัดไวรัส Autorun (ไวรัส Autorun เป็นตัวหนึ่งที่เป็นปัญหาหลักของผู้ใช้งาน Flash Drive) อ่านรายละเอียดและวิธีการใช้งานที่นี่
  2. ตรวจสอบไวรัสจาก Flash Drive ก่อนใช้งาน
    1. เสียบ Flash Drive ใน USB drive
    2. รอจนกระทั่งหน้าจอ แสดงว่า สามารถใช้งานได้
    3. ให้กดปุ่ม Windows Logo + E เป็นการเปิดหน้าต่าง Explorer
    4. ให้สังเกตุ drive ของ USB ที่เพิ่งแสดง
    5. ให้คลิกขวาที่ driveของ USB และคลิกคำสั่ง "Scan for Viruses" หรือคำที่มีความหมายใกล้เคียง (ทั้งนี้ ขึ้นกับโปรแกรม Anti-virus แต่ละแบรนด์)
แค่ นี้ก็สามารถลดปัญหาได้อย่างมากแล้วครับ สำหรับกรณีที่โปรแกรม anit-virus ของคุณ ตรวจพบไวรัส แนะนำให้ทำการ "Revove" ก่อน ถ้าไม่ได้ให้ "Quarantine" หรือ "Delete" ทิ้งไปจะดีที่สุด แต่ทั้งนี้ คงต้องพิจารณาว่า ไฟล์ที่ติดไวรัสนั้น เป็นไฟล์ของ Windows หรือเปล่า (ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไป อาจไม่สาเหตุวิเคราะห์ได้ แต่ก็ต้องเสี่ยงบ้าง)?หรือไฟล์งานของคุณหรือเปล่า

ข้อห้ามการใช้งาน Flash Drive


หลัง จากเสียบ Flash Drive ใน usb port แล้ว การใช้งาน ไม่ควร ดับเบิลคลิกที่ drive ของ Flash Drive เพราะอาจมีไวรัสแฝงอยู่ และแพร่จายได้ทันที การใช้งานควรผ่าน Explorer ก่อน (ก่อนปุ่ม Windows Logo + E)

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีติดตั้งโปรแกรม Anti Virus

การติดตั้งโปรแกรม Avira AntiVir พร้อมการตั้งค่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การติดตั้งโปรแกรม Avira Antivir พร้อมการตั้งค่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ดาวร์โหลดโปรแกรม Free antivirus - Avira AntiVir
เริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่เว็บไซต์ www.free-av.com จากนั้นให้เรามองหาเมนู DOWNLOAD ทำการคลิ๊กเข้าไปเลย พยายามมองหา Avira AntiVir Personal - FREE Antivirus แล้วกดที่ปุ่ม Download พอกดเข้ามาแล้วมองหา Recommended Download แล้วกดปุ่มดาวร์โหลด > รอสักครู่ แล้วให้กดที่ลิ้งค์ Download Now ไฟล์ขนาด 32 ก็จะโชว์ให้เรา Save
วิธีการติดตั้งโปรแกรมร่มแดง หรือ Avira Antivir
คลิ๊กที่โปรแกรมที่เราโหลดมา จากนั้นเหมือนกันลงแบบปกติครับ Next + Ok ไปเรื่อยๆ (หากลงไม่ได้มันจะให้ Restart 1รอบนะครับ) พอคลิ๊กไปเรื่อยๆ มันจะให้เรา Update อย่าลืมต่อเน็ตด้วยนะครับ อาจจะนานหน่อย ให้ตั้งใจรอสักนิด
การตั้งค่าการใช้งานโปรแกรมต่อต้านไวรัสร่มแดง
พอมันอัพเดตเสร็จแล้ว มันอาจจะสแกนอัตโนมัติให้เราทำการกด ยกเลิกไปได้เลยครับ แล้วทำตามวิธีดังนี้ ให้เราทำการดับเบิ้ลคลิกที่ร่มแดงทางมุมขวาล่างของหน้าจอ Desktop > คลิ๊ก Configuration > ติ๊กถูก Expert mode >กด scanner ให้ยืดออกมา > กด scan ให้ยืดออกมา > ทางขวาเลือก high ตรง scanner priority > คลิ๊ก action for concerning เลือก automatic > primary action เลือก delete ทางซ้าย กด heuristic > ทางขวา เลือก high...
ทางซ้าย กด guard ให้ยืดออกมา > กด scan ให้ยืดออกมา แล้วไปที่ heuristic ทางขวาเลือก high detection level > กด ok เป็นอันเรียบร้อย
วิธีการสแกนไวรัสที่ถูกต้องสำหรับ Avira Antivir
ให้ดับเบิ้ลคลิ๊กที่มุมขวาล่างของจอที่ร่มแดง > กด scan system now > ทำการรอและห้ามใช้โปรแกรมอื่นใดระหว่างการสแกนครั้งแรกครับ ประมาณเปิดเครื่องทิ้งไว้เลย จนกว่าจะสแกนจบ > พอขึ้น 100% ถือว่าสแกนจบแล้วให้ Restart เครื่องใหม่เป็นอันเสร็จสิ้นครับ

วิธีการติดตั้ง Anti Virus

1. ให้ ดาวน์โหลดไฟล์โปรแกรมแอนตี้ไวรัสกันก่อน     Download

2. ดาวน์โหลดเสร็จแล้วแตกไฟล์ออกมาจะได้ดังรูป


3. ให้ติดตั้งตั้ง Nod32.Fix ก่อนโดยการดับเบิ้ลคลิกที่

4. กด Next


5. กด Next


6. กด Next


7. กด Next


8. กด Install


9.  ให้กด No.I will restart the computer later  เพราะเราต้องลงโปรแกรมอีกตัวก่อน


10. จากนั้นให้ดับเบิ้ลคลิกที่
11. ให้กด Extract


12. ให้เอาเครื่องหมายถูกตรงช่อง Use current settings ออกแล้วเลือก Typical ดังรูป


13. .ให้ใส่เครื่องหมายถูกที่ Set update parameters later  แล้วกด Next


14. กด Next


15. เลือก Enable แล้วกด Next


16.  กด Next


17. กด Next


18. เมื่อลงเสร็จแล้วให้กด finish ได้เลย เพราะถ้าไม่ restart โปรแกรมจะไม่ทำงาน


19. หลังจากที่ restart เสร็จให้เราดับเบิ้ลคลิกที่   จะอยู่มุมขวาล่าง
20. กดเข้าไปที่ Update แล้วเลือก Setup


21. จะขึ้นหน้าต่าง Setup ขึ้นมาให้ตั้งค่าตามรูป


22.  เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้กด Update Now   กรณีกดแล้วไม่ยอมอัพ ให้กดไปเรื่อยๆ เพราะ Nod32 มีหลาย Server ได้อัพเดรต  และกรณีกดแล้วมันถาม Password ให้เราใส่ ให้เราเข้าไปโหลด CD-Key ที่ http://www.nod321.com/  และ http://www.nod325.com/ เพื่อเอา มาใส่
23. และสังเกตว่าแอนตี้ไวรัสเราอัพเดรตล่าสุดวันไหนให้ดูตรงกรอบที่ทำให้และตอนนี้เวอร์ชั่นอะไรที่ใช้อยู่  แค่นี้ก็จะได้แอนตี้ไวรัสที่อัพล่าสุดไว้ปราบไวรัสแล้ว


24. หลังจากอัพเดรตแอนตี้ไวรัสเสร็จจะเสริมให้แอนตี้ไวรัสทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องตั้งค่า firewall แล้ว Virus Protect เพิ่มอีกนิด
ไปที่ Control Panel


25. ดับเบิ้ลคลิกที่ Security Center 
26. จากนั้นคลิกที่ Recommendations ตรงช่อง Virus Protection


27. ให้ใส่เครื่องหมาย I have an antivirus program ดังรูป  และสมควรเปิดไฟวอลด้วยจะดีมาก  แต่ถ้าเปิด Firewall   และ Internet ช้าไม่ควรเปิดเพราะจะทำให้เล่น Internet ช้าไปด้วยแต่จะปลอดภัยเรื่องไวรัส  แล้วแต่จะเลือกใช้



28.  ตัว Fix * ไว้ใช้กรณีที่เราติดสคริป Auto run เช่น ดับเบิ้ลคลิกที่ Drive D: ไม่ได้, Folder option หาย , ไม่สามารถเปิด task Manager , run  เข้าไม่ได้ , ไวรัส msn ตัวนี้จะช่วยแก้พวกนี้ได้ ซึ่งแอนตี้ไวรัสตัวอื่นไม่มีคุณสมบัติตัวนี้  ถ้าเราไม่รู้ว่าติดอันไหนมั่งให้ลง fix ที่มีในรายการทั้งหมดทุกตัว  เพราะจะได้ fix ไวรัสต่างๆ ไว้ทั้งหมด



29. วิธีการลงโดยการคลิกที่ตัว fix.exe (ให้ลงทุกตัวถ้าไม่รู้ว่าติดตัวไหน)จากนั้นกด I Agree ดังรูป


30.  แล้วให้เลือกเฉพาะ Scan and Clean with Nod32 ออก  (ในการติดตั้งตัว fix ให้เลือกแค่ Scan and Clean with Nod32  ตัวนี้ออก ตัวอื่นให้คงไว้เหมือนเดิม)  จากนั้นกด Do in now


31. กรณีที่มี Drive ให้เลือก ให้ลง ตัว Fixตัวนั้น แล้ว fix ทุก Drive (ถ้ามี 2 Drive ให้ลง fix ตัวนั้น 2 ครั้ง เลือก C: และ D:  ถ้ามี 5 ก็ให้ลง 5 ครั้ง)  แล้วกด Ok


32. เมื่อ fix เสร็จแล้วให้ Close ออกได้เลย  ส่วนวิธี Scan Virus ให้ไปอ่านต่อวิธี Scan ไวรัสเข้าไปอ่านอีกขัวข้อ

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

อุปกรณ์ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์

อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์

อุปกรณ์ต่อพ่วง คือ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่นำมาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เพื่อทำให้เกิดประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น นำอุปกรณ์มาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ข้อมูล เพื่อสแกนรูปภาพ เพื่อทำให้เกิดเสียงเพลง เพื่อควบคุมไฟวิ่ง เพื่อตั้งศูนย์ถ่วงล้อรถยนต์ เพื่อควบคุมเครื่องจักรกลในโรงงานต่าง ๆเป็นต้น หลักการทำงานของอุปกรณ์ต่อพ่วงแต่ละชนิด จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าจะให้อุปกรณ์ต่อพ่วงชนิดนั้นทำงานใด แต่อุปกรณ์ที่นำมาต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์จะต้องต่อสายเคเบิล หรือสายนำสัญญาณเข้ากับพอร์ตด้านหลังของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจจะเป็นพอร์ตขนานหรือพอร์ตอนุกรมก็แล้วแต่ที่จะกำหนด และโดยทั่วไปจะต้องมีโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่นต่อพ่วงเครื่องพิมพ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ จะต้องติดตั้งไดรเวอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์รู้จักกับเครื่องพิมพ์ตัวนั้นหรือนำคอมพิวเตอร์ไปควบคุมไฟวิ่งจะต้องเขียนโปรแกรมควบคุม ไฟวิ่งติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ด้วย




อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทเครื่องพิมพ์            เครื่องพิมพ์ (Printer) เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์ข้อมูลออกทางกระดาษพิมพ์ โดยรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ผ่านสายเคเบิลไปยังเครื่องพิมพ์ดังรูป

รูปที่ 2 : แสดงการเชื่อต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับคอมพิวเตอร์


            เมื่อต่อเชื่อมเครื่องพิมพ์เข้ากับ เครื่องคอมพิวเตอร์ได้แล้วให้ทำการติดตั้ง ไดรเวอร์ที่บริษัทให้มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ซึ่ง อาจจะเป็น แผ่นซีดีรอมหรือแผ่นดิสก์ โดยการใส่แผ่นซีดีรอมหรือแผ่นดิสก์เข้าไป ในเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมจะทำงานโดยอัตโนมัติ (Autorun) แล้วทำการติดตั้งตาม เมนูที่ปรากฏบนจอภาพ


รูปที่ 3 : แสดงไดรเวอร์ที่ติดตั้งเพื่อใหคอมพิวเตอร์รู้จักเครื่องพิมพ์






ประเภทของเครื่องพิมพ์1. เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก
2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์
1. เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก
            เครื่องพิมพ์ดอตเมตริก (Dot Matrix) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้หัวเข็มกระแทกลงไปบนผ้าหมึกเพื่อให้หมึกที่ จะพิมพ์ตัวอักษรไปปรากฏบนกระดาษพิมพ์ เวลาพิมพ์จะมีเสียงดังมาก ตัวเครื่องพิมพ์จะมีราคาแพงส่วนผ้าหมึกจะมีราคาถูก ปัจจุบันใช้ในงานพิมพ์เอกสารที่ต้องการสำเนาหลายชุด เช่นใบสั่งซื้อ บิลเงินสด ใบเสร็จรับเงินหรือใบส่งของ เป็นต้น


รูปที่ 4 : แสดงเครื่องพิมพ์ดอตเมตริก


            หัวพิมพ์จะประกอบด้วยเข็มโลหะเล่มเล็ก ๆ วางเรียงกันเป็นแถวจำนวน 9 เข็มหรือ 24 เข็มเข็มแต่ละเล่มจะรับสัญญาณ ควบคุมให้พุ่งผ่านผ้าหมึก (Ribon) ไปตกกระทบบนกระดาษซึ่งมีล้อยางรองรับอยู่ด้านหลังให้เรียงจุดเป็นตัวอักษรหรือภาพ โดยล้อยางจะทำหน้าที่เคลื่อนกระดาษให้เลื่อนบรรทัดในการพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนตัวอักษรต่อวินาที เครื่องพิมพ์ที่มีความเร็วสูงสามารถเคลื่อนหัวพิมพ์ได้สองทิศทาง มีทั้งขนาดแคร่สั้นและแคร่ยาว สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ ถ้าเป็นการพิมพ์ประเภทสีจะใช้หลักการเคลื่อนผ้าหมึกสี (น้ำเงิน เขียว แดง ดำ) ผสมสีกัน

2. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก
            เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Ink Jet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่อาศัยหลักการพ่นหมึกออกมาบนกระดาษพิมพ์โดยมีหัวพิมพ์เคลื่อน ที่บนแกนโลหะ การทำงานของหัวพิมพ์ใช้วิธีการฉีดพ่นน้ำหมึกเป็นจุดขนาดเล็ก ๆ จากกลักน้ำหมึกให้เป็นตัวอักษรหรือรูปภาพ แทนลงบนกระดาษ ความละเอียดของการพิมพ์วัดเป็นจำนวนจุดต่อตารางนิ้ว ขนาดกระดาษที่ใช้มักเป็นขนาดA4(8.27 X 11.69 นิ้ว) หรือขนาดที่เล็กกว่า ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนหน้าต่อนาที การพิมพ์สีจะใช้หลักการพ่นหมึก3 สีคือ น้ำเงิน แดง และเหลือง ผสมกัน


รูปที่ 5 : แสดงเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก


            ข้อดีของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกคือ มีความเร็วในการพิมพ์สูงกว่าแบบดอตเมตริก สามารถพิมพ์ตัวอักษรและภาพได้หลายแบบ มีคุณภาพสูง สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ แต่มีข้อเสียคือความคมชัดน้อยกว่าเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ไม่สามารถพิมพ์กระดาษสำเนาหลายชั้นเหมือนกับเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกได้ ไม่สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษผิวมันและลื่นได้ เพราะหมึกอาจเลอะเปื้อนกระดาษหมึกของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีราคาแพงมาก แต่ตัวเครื่องพิมพ์จะมีราคาถูก หมึกของเครื่องพิมพ์แบบนี้จะเก็บอยู่ในตลับหมึก เมื่อหมึกหมดก็เพียงแต่เปลี่ยนตลับหมึกอันใหม่ก็ใช้งานได้ทันที นอกจากการเปลี่ยนตลับหมึกแล้วยังสามารถเติมหมึกเองก็ได้สำหรับเครื่องบางยี่ห้อ

3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์
            เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ มีราคาแพงกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก มีคุณภาพในการพิมพ์สูงเหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องการความเร็วและตัวอักษรคมชัด มีหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องถ่ายเอกสาร โดยจะทำการแปลงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ให้เป็นรหัสแล้วใช้ลำแสงเลเซอร์ยิงเป็นรูปภาพต้นแบบลงบนแท่นพิมพ์ที่เป็นล้อยาง (Drum) แล้วทำการใช้ความร้อนดูดผงหมึกจากกลัก (Toner) เข้ามาติดกับล้อยางตามแบบพิมพ์ จากนั้นกระดาษจะถูกรีดด้วยล้อยาง ผ่านแม่พิมพ์ที่มีผงหมึกติดอยู่ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรหรือภาพบนกระดาษ ความละเอียดของการพิมพ์วัดเป็นจำนวนจุดต่อตารางนิ้ว (Dot Per Inch : DPI) ขนาดกระดาษที่ใช้มักเป็นกระดาษขนาด A4 หรือขนาดที่เล็กกว่า ความเร็วในการพิมพ์ ความเร็วในการพิมพ์นับเป็นจำนวนหน้าต่อนาที


รูปที่ 6 : แสดงเครื่องพิมพ์เลเซอร์


            ข้อดีของเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์คือ มีความเร็วในการพิมพ์สูง พิมพ์ตัวอักษรและภาพได้หลายแบบ มีคุณภาพและความคมชัดมากกว่าเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริกและเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถพิมพ์กระดาษหลายชั้นที่ต้องการสำเนาได้ กลักผงหมึกมีราคาแพงมาก กระดาษที่ใช้ต้องมีคุณภาพดี การบำรุงรักษาค่อนข้างยุ่งยากเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์แบบดอตเมตริก ปัจจุบันมีบางบริษัทนำเอาตลับหมึกใช้แล้วมาผลิตใช้ ใหม่อีกครั้งแล้วขายในราคาถูก ตลับหมึกประเภทนี้ควรจะระมัดระวังในการซื้อใช้ เพราะจุดนี้อาจจะเป็นเงื่อนไขให้ผู้ผลิต เครื่องพิมพ์ยกเลิกสัญญารับประกัน




อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทเครื่องพลอตเตอร์            พลอตเตอร์ (Plotter) เป็นอุปกรณ์แสดงผลต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์เพื่อวาดภาพ กราฟ วงจรลวดลายต่าง ๆ ลงบนกระดาษขนาดใหญ่ ๆ เหมาะกับงานด้านวาดภาพกราฟิก งานด้านการออกแบบที่ต้องการคุณภาพสูง

รูปที่ 7 : แสดงเครื่องพลอตเตอร์


            หลักการทำงาน พลอตเตอร์ประกอบด้วยปากการหมึกหลายสี จำนวน 1 - 6 แท่ง เคลื่อนที่บนแกนโลหะ ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ ทำการวาดจุดเล็ก ๆ ให้เป็นเส้น ลวดลายหรือภาพลงบนกระดาษขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

1. Flatbed Plotter เป็นพลอตเตอร์ประเภทที่ใส่กระดาษวางไว้อยู่กับที่ แต่ส่วนเคลื่อนที่คือปากกา ซึ่งจะเคลื่อนที่ไปมาบนแกนโลหะเพื่อวาดลงบนกระดาษอีกทีหนึ่ง


รูปที่ 8 : แสดงเครื่องพลอตเตอร์แบบ Flat bed


2. Drum Plotter เป็นเครื่องพลอตเตอร์ที่มีล้อยางด้านล่าง ทำหน้าที่เคลื่อนกระดาษ ส่วนปากกาและหมึกจะอยู่ด้านบน เคลื่อนที่ไปทางด้านซ้ายและขวาเพื่อวาดรูปหรือวงจรตามต้องการ


รูปที่ 9 : แสดงเครื่องพลอตเตอร์แบบ Drum






อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทลำโพง            ลำโพง (Speaker) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับสัญญาณข้อมูลจากการ์ดเสียงที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณเสียง ลำโพงที่มา พร้อมกับคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นลำโพงขนาดเล็กที่มีคุณภาพไม่ดีนัก แต่เราสามารถหาซื้อลำโพง คุณภาพสูงมาเปลี่ยนได้เพื่อจะได้ฟังเพลงหรือเล่นเกมได้อรรถรสมากขึ้น

รูปที่ 10 : แสดงอุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทลำโพง






อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทสแกนเนอร์            สแกนเนอร์ (Scanner) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านภาพ และข้อความจากกระดาษ แล้วแปลงเป็นข้อมูลเพื่อป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยนำสายสแกนเนอร์ต่อเข้ากับพอร์ตขนานหรือพอร์ต USBของคอมพิวเตอร์ ขึ้นอยู่กับสแกนเนอร์แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ

รูปที่ 11 : แสดงการต่อพ่วงสายสแกนเนอร์เข้ากับคอมพิวเตอร์


            สแกนเนอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มักจะเป็นสแกนเนอร์แบบแท่นเรียบ ( Flatbed Scanner) สแกนเนอร์แบบนี้ สามารถสแกนภาพบนกระดาษได้ครั้งละ 1 แผ่น โดยส่วนใหญ่สแกนเนอร์แบบนี้จะสแกนขนาดกระดาษได้กว้าง 8.5 นิ้ว ยาว 11 นิ้ว แต่สแกนเนอร์บางตัวอาจจะสแกนได้กว้างตั้งแต่8.5 นิ้วและยาวได้ถึง 14 นิ้ว เป็นสแกนเนอร์ที่มีคุณภาพและเป็นที่นิยมใช้งานกันมาก


รูปที่ 12 : แสดงสแกนเนอร์แบบแท่นเรียบ






อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทเครื่องอ่านรหัสแท่ง            เครื่องอ่านรหัสแท่ง (BarCode Reader) เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ มีลักษณะคล้ายปากกาหรือลักษณะอื่น ๆ ทำหน้าที่อ่านรหัสข้อมูลที่ติดไว้บนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปมักนิยมใช้บริการขายสินค้า ณ จุดซื้อขาย (Point Of Sales Terminals) ของธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า หรือการบริการยืมคืนหนังสือในห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ต้องการ ความรวดเร็วในการกรอกรายละเอียดข้อมูลที่เป็นข้อความและตัวเลข

รูปที่ 13 : แสดงการเครื่องอ่านรหัสแท่งที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีก


            BarCodes Reader ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการกรอกข้อมูลทางแป้นพิมพ์ที่มีรายละเอียดของตัวอักษรและตัวเลขจำนวนมาก หลักการทำงานจะใช้วิธีการยิงแสงเลเซอร์เพื่ออ่านแถบรหัสแท่งสีดำที่พิมพ์เรียงกันไว้ มีขนาด หนาบางแตกต่างกัน ติดอยู่บนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แล้วนำรหัสข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับรายละเอียดข้อมูล ที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล (Database) แล้วนำข้อมูลไปแปลงเป็นรายละเอียดต่าง ๆ ที่จัดเก็บไว้ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป โดยที่การทำงานของBarCode Reader นั้นจะต้อง มีโปรแกรมควบคุมการทำงานด้วย


รูปที่ 14 : แสดงรหัสแท่งสีดำที่พิมพ์เรียงกันไว้




รูปที่ 15 : แสดงเครื่องอ่านรหัสแท่งแบบต่าง ๆ






อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทสแกนเนอร์            จอยสติก (Joystick) คืออุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นคันโยก มีปุ่มบังคับที่ด้ามคันโยก เพื่อควบคุมตำแหน่งบนจอภาพได้ทุกตำแหน่งและทุกทิศทาง มักใช้ควบคุมโปรแกรมประเภทเกม ที่เป็นภาพเคลื่อนไหว วิดีโอเกม หรือโปรแกรมประเภทการออกแบบทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมและใช้งาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ง่ายและสะดวก เวลาใช้งานให้นำจอยสติกต่อพ่วงกับพอร์ตจอยสติกที่อยู่ในซึ่งอยู่ในส่วน ของการ์ดเสียงด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์

รูปที่ 16 : แสดงอุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทจอยสติก






อุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทสแกนเนอร์            กล้องดิจิตอล (Digital Camera) เป็นกล้องถ่ายภาพโดยไม่ใช้ฟิล์ม แต่จะเก็บข้อมูลเป็นไฟล์คอมพิวเตอร์แทนซึ่ง เราสามารถนำไฟล์ภาพมาประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ได้ การใช้งานจะต่อสายเคเบิลระหว่างกล้องดิจิตอลกับพอร์ตของ เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการสำเนาหรือโอนย้ายไฟล์ไปยังตัวเครื่องคอมพิวเตอร์

รูปที่ 17: แสดงอุปกรณ์ต่อพ่วงประเภทกล้องดิจิตอล


            กล้องดิจิตอล โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีหน่วยความจำภายในตัวกล้องดิจิตอลเอง ซึ่งหน่วยความจำนี้สามารถเก็บภาพได้อย่างน้อย 20 ภาพ เมื่อถ่ายภาพจนเต็มหน่วยความจำก็ให้ย้ายไฟล์รูปภาพไป ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วค่อยนำกล้องไปถ่ายภาพใหม่ได้อีกครั้ง


รูปที่ 18 : แสดงกล้องดิจิตอลประเภทที่มีหน่วยความจำภายในตัว